News Logo
หน้าแรก
ย้อนจม. 'วิศวกรหนุ่ม' หนึ่งชีวิตสังเวยทุจริต วันนี้ได้รับการสะสางแล้ว

ย้อนจม. 'วิศวกรหนุ่ม' หนึ่งชีวิตสังเวยทุจริต วันนี้ได้รับการสะสางแล้ว

29 ก.ย. 2569 09:13
ผู้ชม 1,779 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"....จดหมายของผู้ตายเล่าให้ฟังประมาณว่า ระบบการทุจริตเริ่มตั้งแต่ตั้งโครงการ มีการฟันราคางานจาก 6 แสนกว่า เหลือ 4 แสน เก็บเงินค่าทดสอบวัสดุ 1% จากผู้รับจ้าง ไล่ไปจนป้ายโครงการ เอาป้ายเก่ามาเครมป้ายใหม่ เบิกเต็ม การดำเนินการก่อสร้างถนนที่มีปัญหาไม่ได้มาตรฐาน แต่มีการตรวจรับไปก่อน แล้วไปเอาเงินจากผู้รับจ้างมาเคลียร์คณะกรรมการตรวจรับ การทอนเปอร์เซ็นเงินสดตามเบี้ยใบ้รายทางแม้แต่กองคลังเองยังได้ 3% ของมูลค่าโครงการ ยังไม่รวม % เจ้าที่เจ้าทางอีก สะท้อนให้เห็นความเน่าเฟะในระบบราชการ จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว..." 

เกือบ 4 ปีแล้ว ที่ชื่อของ นายภาณุเมศวร์ วาสโสหา อดีตวิศวกรโยธา อายุ 27 ปี สังกัดกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังถูกพบเสียชีวิตภายในรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565

พร้อมกับจดหมายที่เขาทิ้งไว้ ซึ่งมีการกล่าวถึงปัญหาการทำงานและความผิดปกติของโครงการก่อสร้างหลายโครงการในเทศบาล โดยเฉพาะงานก่อสร้างถนนที่เขามีหน้าที่ควบคุมงาน

หนึ่งในชื่อโครงการที่ปรากฏชัด คือ “โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9”

ณ วันนี้ วันเวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี โครงการเดียวกันนี้กลายเป็นคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาให้ นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ อดีตผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง จำคุก 10 ปี ขณะที่ผู้ถือหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) วีรวุฒิคอนกรีต ผู้รับเหมาที่ได้รับงาน คือ นางลลิตยา แก้วอาษา ถูกลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี หลังเจ้าตัวให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

หลังวิศวกรปลิดชีพ! อดีตผอ.กองช่างเทศบาลฯ นากลาง โดนคุก10 ปี ทุจริตถนน

ก่อนปลิดชีพ จม.เขียนถึง “ถนนเพชรสุวรรณ 6”

ย้อนกลับไปเดือนพฤศจิกายน 2565 นายภาณุเมศวร์เพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นาน ก่อนยื่นใบลาออกโดยมีกำหนดให้มีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2565

ก่อนเสียชีวิต เขาส่งพัสดุกลับไปให้ครอบครัว ภายในมีเอกสารสำคัญ แหวน และข้อความถึงแม่ รวมทั้งขอให้ครอบครัวไปเก็บข้าวของที่บ้านพักกลับบ้าน

คนในครอบครัว นายภาณุเมศวร์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า นายภาณุเมศวร์ สอบรับราชการเป็นวิศวกรโยธา สำนักกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง ได้เพียง 6 เดือน เหตุผลที่เลือกรับราชการ เพราะลูกต้องการให้พ่อแม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งพ่อแม่และญาติต่างก็ภาคภูมิใจในตัวลูกมาก เพราะลูกคือเสาหลักของครอบครัว

ตลอดเวลาที่ทำงาน ลูกจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดือนละ 1 ครั้ง เป็นคนไม่ค่อยพูด เก็บกด

แต่ก็บ่นให้ฟังว่า เป็นงานที่ไม่เหมาะกับตัวเอง และลูกได้ยื่นใบลาออกแล้ว และมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ และบ่ายวันที่ 24 พฤศจิกายน ลูกได้ส่งพัสดุกลับมาบ้าน

ข้างในมีเอกสารสำคัญ แหวนทอง และมีจดหมายแนบมากับพัสดุ ระบุว่า หากได้รับของแล้วให้ช่วยไปเก็บของที่เหลืออยู่ที่บ้านพักที่ จ.หนองบัวลำภู กลับมาให้ด้วย พร้อมกับขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวัง พอได้อ่านก็เริ่มใจไม่ดี จึงโทรกลับไปหาที่สำนักงานเทศบาล ซึ่งปลายสายแจ้งว่าลูกหายไปตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน แล้ว

ก่อนได้รับแจ้งจากตำรวจว่า ลูกชายเสียชีวิตในรถยนต์กระบะ ที่จอดอยู่ริมถนน อ.เมืองขอนแก่น โดยญาติเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวเพราะได้รับความกดดัน

สำหรับจดหมายลาตาย ที่พบภายหลังการเสียชีวิต กล่าวถึงปัญหาในการทำงาน โดยข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะระบุถึงปัญหาตั้งแต่ กระบวนการประกวดราคา การทำงานของผู้รับจ้าง ไปจนถึงการควบคุมและตรวจรับงาน

ส่วน เพจชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย เคยระบุว่า "จดหมายของผู้ตายเล่าให้ฟังประมาณว่า ระบบการทุจริตเริ่มตั้งแต่ตั้งโครงการ มีการฟันราคางานจาก 6 แสนกว่า เหลือ 4 แสน เก็บเงินค่าทดสอบวัสดุ 1% จากผู้รับจ้าง ไล่ไปจนป้ายโครงการ เอาป้ายเก่ามาเครมป้ายใหม่ เบิกเต็ม การดำเนินการก่อสร้างถนนที่มีปัญหาไม่ได้มาตรฐาน แต่มีการตรวจรับไปก่อน แล้วไปเอาเงินจากผู้รับจ้างมาเคลียร์คณะกรรมการตรวจรับ การทอนเปอร์เซ็นเงินสดตามเบี้ยใบ้รายทางแม้แต่กองคลังเองยังได้ 3% ของมูลค่าโครงการ ยังไม่รวม % เจ้าที่เจ้าทางอีก สะท้อนให้เห็นความเน่าเฟะในระบบราชการ จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว" 

จดหมายของผู้ตาย

จดหมายของผู้ตาย

หนึ่งในโครงการที่ถูกระบุอย่างเจาะจงคือ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9

ขณะที่ นายภาณุเมศวร์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานโครงการดังกล่าว และในจดหมายมีการตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพของงานก่อสร้าง รวมถึงปัญหาถนนชำรุดและแตกร้าว โดยเขาไม่ยอมลงนามรับรองงานที่เห็นว่ายังมีปัญหา

หลังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นข่าว เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบรอยแตกร้าวและรอยปะบนถนนเพชรสุวรรณ 6 จริง โดย ป.ป.ช. ระบุในขณะนั้นว่ายังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบต่อว่าคุณภาพคอนกรีตเป็นไปตามมาตรฐานและสัญญาหรือไม่

นี่จึงเป็น เบาะแสข้อแรกจากจดหมายที่ตรวจพบสภาพทางกายภาพในพื้นที่สอดคล้องกับข้อสังเกตบางส่วน

แข่งดุ ถนน 650,000 บาท ประมูลเหลือ 413,000 บาท

ส่วนข้อมูลโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู มีเลขที่โครงการ 65087257301 เทศบาลตำบลนากลาง ออกประกาศเชิญชวน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ลงนามโดย นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง ระบุว่า มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนน คสล.ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ต.นากลาง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) แจ้งปริมาณงาน ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 4.0 ม. ยาว 235 ม. หนา 0.15  ม. หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 940 ตร.ม. ตามแบบแปลนเทศบาลตำบลนากลางกำหนด

งบประมาณตั้งไว้ 650, 000  บาท ราคากลางของงานก่อสร้างในการประกวดราคาครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 647,112  บาท 

สำหรับข้อมูลการเสนอราคา ในฐานข้อมูลเปิดเผยคือสรุปข้อมูลการเสนอราคาเบื้องต้น ว่า มีการเสนอเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 มีจำนวนผู้ขอรับ/ซื้อขายซองเอกสาร 9 ราย มีจำนวนผู้เสนอราคา 5 ราย เสนอราคาต่ำสุด 413,000 บาท แต่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อเอกชนที่เข้าร่วมซื้อเสนอและเสนอราคาแต่อย่างใด  

เอกสารประกอบ

เอกสารประกอบ

วันที่ 13 กันยายน 2565 นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง ลงนามในประกาศรายชื่อผู้ชนะ คือ วีรวุฒิ คอนกรีต ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นเงินทั้งสิ้น 413,000 บาท ราคางานต่ำกว่าราคากลางถึง 234,112 บาท 

เอกสารประกอบ

เอกสารประกอบ

ขณะที่ในช่วงปี 2565 วีรวุฒิ คอนกรีต ยังปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน  เทศบาลตำบลนากลาง อีก 2 สัญญา คือ 1.  ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนน คสล.ซอยศรีสุข บ้านแก้วอุดม หมู่ที่ 2 ต.ด่านช้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)  ราคากลาง 548,227 บาท ราคางานตามประกาศผู้ชนะ 344,000 บาท 2.  จ้างโครงการซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนนครชัย  นันทจันทร์ บ้านนครพัฒนา หมู่ที่ 9 ตำบลนากลาง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคากลาง 358,085 บาท ราคางานตามประกาศผู้ชนะ  357,000 บาท ด้วย

จาก “จดหมาย” สุดท้าย สู่การตรวจสอบของรัฐ

หลังการเสียชีวิต ป.ป.ท. เขต 4 ลงพื้นที่เทศบาลตำบลนากลางเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 และขอเอกสารโครงการที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ

จดหมายของวิศวกรหนุ่มจึงกลายเป็นเสมือนเบาะแสให้หน่วยงานตรวจสอบเริ่มขยับ

มีข้อมูลในขณะนั้นพบว่า นายภาณุเมศวร์เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานหลายโครงการ เช่น ถนนซอยเพชรสุวรรณ 6 ถนนสายนครชัย-นันทจันทร์ ถนนสายหนองบัวคำแสน-กุดแห่ และโครงการถมดินคันคูรอบศูนย์การจัดการขยะมูลฝอย

ป.ป.ท. เข้าตรวจเอกสารและพื้นที่ ขณะที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูเข้าตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ซอยเพชรสุวรรณ 6 และถนนสายนครชัย-นันทจันทร์

ประเด็นสำคัญคือ ในช่วงแรก ผู้บริหารเทศบาลยืนยันว่าโครงการก่อสร้างไม่ได้มีปัญหาทุจริต ทุกโครงการดำเนินการตามระเบียบราชการ

นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง ก็เคยยืนยันว่าไม่ได้กดดันนายภาณุเมศวร์ และการมอบหมายให้วิศวกรหนุ่มควบคุมงานเป็นเพราะต้องการให้มีประสบการณ์และผลงาน

ก่อนที่เรื่องจะดำเนินต่อไปเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

25 ก.ค. 2566 ป.ป.ช.ชี้มูล

จนเมื่อประมาณ 8 เดือน หลังการเสียชีวิตของนายภาณุเมศวร์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ชี้มูลความผิดคดีโครงการก่อสร้างถนน คสล. ซอยเพชรสุวรรณ 6

ผู้ถูกดำเนินคดีประกอบด้วย นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่างและกรรมการตรวจรับพัสดุ เทศบาลตำบลนากลาง กับพวก

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 149 และ 157 รวมถึงบทบัญญัติตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561

ต่อมาคดีเข้าสู่ศาล โดยมีนายประยุทธ์เป็นจำเลยที่ 1 หจก.วีรวุฒิคอนกรีต จำเลยที่ 2 นายวิรัช แก้วอาษา จำเลยที่ 3 และนางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4

29 ม.ค. 2569 ศาลสั่งคุก 10 ปี

วันที่ 29 มกราคม 2569 หรือกว่า 4 ปี หลังจดหมายของวิศวกรหนุ่มถูกเปิดเผย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษา

นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ จำเลยที่ 1 ถูกพิพากษาว่ามีความผิด และศาลให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

จำคุก 10 ปี

ส่วน นางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่เนื่องจากรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ จำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท และรอการลงโทษจำคุก 2 ปี

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

4 ปีผ่านไป เบาะแสใด “ตรง” กับคดี?

เมื่อวางข้อมูลในจดหมายปี 2565 เทียบกับคดีที่ศาลมีคำพิพากษาในปี 2569 จะเห็นจุดเชื่อมโยงสำคัญอย่างน้อย 4 ประการ

หนึ่ง : โครงการตรงกัน

ชื่อ “โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9” ซึ่งถูกกล่าวถึงตั้งแต่ช่วงเปิดจดหมายในปี 2565 คือโครงการเดียวกับที่ ป.ป.ช. ชี้มูล และนำไปสู่คดีที่ศาลมีคำพิพากษาในปี 2569

สอง : ผู้รับจ้างตรงกัน

ผู้รับจ้างโครงการคือ หจก.วีรวุฒิคอนกรีต และเมื่อคดีเข้าสู่ศาล หจก.แห่งนี้มีสถานะเป็น จำเลยที่ 2 ขณะที่ผู้ถือหุ้นของห้างอีก 2 คนเป็นจำเลยที่ 3 และ 4

สาม : เจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงในบริบทการทำงาน กลายเป็นจำเลยในคดี

นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง และเคยให้ข้อมูลต่อสื่อหลังการเสียชีวิตของนายภาณุเมศวร์ ต่อมาถูก ป.ป.ช. ชี้มูลในฐานะผู้อำนวยการกองช่างและกรรมการตรวจรับพัสดุ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี

ประยุทธ์ เย็นอารมย์

ประยุทธ์ เย็นอารมย์

สี่ : ประเด็นเกี่ยวกับการตรวจรับและผลประโยชน์

จดหมายที่เผยแพร่ในปี 2565 ตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับงานและผลประโยชน์ในโครงการ ส่วนคำพิพากษาที่เปิดเผยในปี 2569 ลงโทษนายประยุทธ์ภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นความผิดของเจ้าพนักงานเกี่ยวกับการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่ง

ขณะที่หนึ่งในโครงการที่นายภาณุเมศวร์เขียนถึงและตั้งข้อสังเกตก่อนเสียชีวิต คือโครงการเดียวกับที่ต่อมา ป.ป.ช.ชี้มูล และศาลพิพากษาลงโทษอดีตผู้อำนวยการกองช่างกับผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น

จากกระดาษ 3 แผ่น ถึงคำพิพากษา

หากย้อนกลับไปเดือนพฤศจิกายน 2565 สิ่งที่นายภาณุเมศวร์ทิ้งไว้เป็นเพียงจดหมายและข้อสังเกตจากวิศวกรหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งเข้าสู่ระบบราชการไม่นาน

บางเรื่องในเวลานั้นยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา บางเรื่องต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และผู้บริหารเทศบาลก็ยืนยันว่าโครงการดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ

แต่หลังจากนั้น หน่วยงานรัฐเริ่มตรวจสอบเอกสาร ลงพื้นที่ ตรวจถนน ก่อนที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลในปี 2566 และคดีเดินเข้าสู่กระบวนการศาล

จนวันที่ 29 มกราคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาจำคุกอดีตผู้อำนวยการกองช่าง 10 ปี ในคดี ถนนซอยเพชรสุวรรณ 6 ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวกับที่ปรากฏชื่ออยู่ในจดหมายเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน

จึงทำให้จดหมายที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียง “เบาะแส” หลังการเสียชีวิตของวิศวกรหนุ่ม กลับมามีความหมายอีกครั้ง เมื่ออย่างน้อย ชื่อโครงการ ผู้รับจ้าง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับและผลประโยชน์บางส่วน มีจุดเชื่อมโยงกับคดีที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินมาถึงคำพิพากษาในเวลาต่อมา

ความจริงเกี่ยวกับหนึ่งชีวิตที่ต้องสังเวยไปจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย ณ วันนี้ ได้ถูกสะสางให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
วิศวกรปลิดชีพ
ผอ.กองช่างเทศบาลฯ นากลาง
ทุจริตถนน
คำพิพากษาจำคุก

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3 จำเลยคดีรอยัลคลิฟ ได้นิรโทษกรรม-อริสมันต์ หนีหมายจับครบ 7 ปี
3 จำเลยคดีรอยัลคลิฟ ได้นิรโทษกรรม-อริสมันต์ หนีหมายจับครบ 7 ปี